เครือข่ายอาชีวศึกษาภาคใต้ร่วมเซ็น MOU กับบริษัท ราชาเฟอร์รี่ กลางทะเลอ่าวไทย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระบบทวิภาคีประจำปี 2567 เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติในสถานประกอบการจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง และประเทศชาติต่อไป

(30 มี.ค.67) ที่ท่าเรือดอนสัก (เรือเฟอร์รี่ ราชา6) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระบบทวิภาคีประจำปี 2567 ระหว่างบริษัทท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด มหาชน และบริษัทในเครือกับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2567 โดยมี ท่านดร.วิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสถานศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษา จำนวน 16 แห่ง ร่วมลงนามกับ นายพุทธพงศ์ วิมลพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด มหาชน 


โดยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้เพื่อประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดอาชีวศึกษาในด้านประสบการณ์วิชาชีพอาชีวศึกษา 



ผลิตนักศึกษาที่มีความรู้ความชำนาญในด้านช่างฝีมือ ช่างเทคนิค นักเทคโนโลยี โดยบูรณาการความรู้ ทักษะ และประสบการณ์นอกเหนือจากตำราเรียน หรือห้องเรียน ซึ่งนำมาประยุกต์แก้ปัญหาและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อีกทั้งสร้างความพร้อมให้นักศึกษาในการแสวงหาความรู้ ความสามารถตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ และผลิตนักศึกษาที่มีคุณธรรม จริยธรรม ทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ  ตระหนักถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต และน้อมรับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต โดยระบบการศึกษาแบบทวิภาคี คือ การจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน ได้มีการฝึกภาคปฏิบัติในสถานประกอบการจริง เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา และสถานประกอบการ เพื่อผลิตนักศึกษาที่มีความรู้ความชำนาญมีคุณภาพ และมีคุณลักษณะสำคัญเป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไป เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข รวมถึงการเป็นคนที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา และประเทศชาติต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ว่าฯพังงา เป็นประธานในพิธีฉลอง สัญญาบัตรพัดยศและถวายพระไตร แด่พระสังฆาธิการ ในจังหวัดพังงา

ผ้าป่าเพื่อการศึกษา โรงเรียนมัธยมบ้านทำเนียบ

กิจกรรม"อบรมสื่อมวลชนและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสื่อ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ "การตรวจสอบทุจริตภาครัฐและเอกชน ได้อย่างมีประสิทธิกาพ